วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558

สาระคดีเขาแหลมหญ้า




ภาพสวยๆจากเขาแหลมหญ้า



รายชื่อสมาชิก


นาย พันธู์ธัช ปานศิลา ชั้น ม.6/3 เลขที่ 6

นาย สุรสีห์ โชคสกุล ชั้น ม.6/3 เลขที่ 8


นาย กนกพล คำบรรเทิง ชั้น ม.6/3 เลขที่ 9


นาย อภิพล สิริประเสริฐ ชั้น ม.6/3 เลขที่ 11


นาย ธัญนพ จันทโชติ ชั้น ม.6/3 เลขที่ 12



นาย รัตนากร รติยานุวัฒน์ ชั้น ม.6/3 เลขที่ 15


นาย สหภาณุ กายดีสุด ชั้น ม.6/3 เลขที่ 17

 
นาย ณัฐนนท์ จิตสำราญ ชั้น ม.6/3 เลขที่ 18


นาย ทักษิณ นามประสิทธิ์ ชั้น ม.6/3 เลขที่ 21


นาย ศุภสิษฐิ์ วราวัฒน์คุณาวุฒิ ชั้น ม.6/3 เลขที่ 25

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2558

ประวัติความเป็นมา อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า – หมู่เกาะเสม็ด

ประวัติความเป็นมา

      เมื่อปี พ.ศ. 2519 ได้มีการเคลื่อนไหวทางสื่อมวลชนว่า เกาะเสม็ดหรือเกาะแก้วพิสดาร เกาะในวรรณคดีไทยเรื่องพระอภัยมณี ซึ่งเป็นวรรณคดีชิ้นเอกของท่านสุนทรภู่ เป็นเกาะเพชรเม็ดเอกของทะเลฝั่งตะวันออก กำลังทรุดโทรมเนื่องจากความสกปรกจากการทิ้งขยะของนักท่องเที่ยวและชาวบ้านเริ่มมาสร้างเพิงพักและร้านอาหาร บุกรุกแผ้วถางตัดไม้ทำลายป่าเพื่อให้ได้พื้นที่บริการ ดังนั้น กรมป่าไม้จึงได้สั่งการให้ นายวิจารณ์ วิทยศักดิ์ นักวิชาการป่าไม้ ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายจัดการวนอุทยาน กองอุทยานแห่งชาติ ดำเนินการสำรวจข้อมูลปรากฎ 
      ขณะนั้นทางจังหวัดระยอง กำลังร่วมมือกับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยว ( อ.ส.ท. ) วางแผนการพัฒนาเกาะเสม็ดเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่การดำเนินงานประสบอุปสรรค ทำให้ไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย ประกอบกับกลุ่มนิสิต นักศึกษา ตอลดจนนักอนุรักษ์ธรรมชาติ และผู้นำท้องถิ่นไม่เห็นด้วยกับการที่จะให้สัมปทานดำเนินการท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ดกับเอกชนรายใดรายหนึ่ง และไม่เห็นด้วยกับการสร้างกระเช้าไฟฟ้าข้ามจากชายฝั่งมายังเกาะเสม็ด มีการต่อต้านและเดินขบวนทำให้การดำเนินงานของ อ.ส.ท. ร่วมกับจังหวัดระยองหยุดชะงัก 
      ต่อมาในปี พ.ศ. 2523 คณะกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและศิลปกรรม ได้เสนอให้กรมป่าไม้เข้าไปดำเนินการอนุรักษ์เกาะเสม็ดไว้ในรูปของวนอุทยาน ดังนั้น กรมป่าไม้โดยกองอุทยานแห่งชาติจึงได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง โดยให้รวมถึงเขาเตี้ยๆ ที่อยู่ริมทะเลบริเวณตำบลบ้านเพที่เรียกว่า เขาเปล็ด - เขาแหลมหญ้า และ ชายหาดแม่รำพึง ที่อยู่ต่อจากเชิงเขา รวมถึงเกาะเล็กเกาะน้อยที่อยู่ใกล้เคียงกับเกาะเสม็ด เพื่อจัดตั้งเป็น อุทยานแห่งชาติทางทะเล ต่อไป 
      เขาแหลมหญ้า และหาดแม่รำพึง ซึ่งทอดยาวประมาณ 12 กิโลเมตร เกาะเสม็ด เกาะกุฎี เกาะท้ายค้างคาว เกาะกรวย เกาะมะขาม เกาะเกล็ดฉลาม เกาะปลายตีน เกาะยุ้งเกลือ เกาะทะลุ เกาะสันฉลาม รวมพื้นที่ประมาณ 131 ตารางกิโลเมตร หรือ 81,875 ไร่ ในท้องที่ตำบลบ้านเพ อำเภอเมือง และตำบลแกลง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งได้นำเสนอให้คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ และในที่สุดก็สามารถออกพระราชกฤษฎีกา ประกาศจัดตั้งเป็น "อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า - หมู่เกาะเสม็ด" ได้สำเร็จเมื่อวันที่ ตุลาคม พ.ศ. 2524 โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 98 ตอนที่ 162 

ลักษณะภูมิประเทศ

ลักษณะภูมิประเทศ 


อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จัดเป็นอุทยานแห่งชาติประเภทชายฝั่งผสมหมู่เกาะในทะเล ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลของอ่าวไทยฝั่งตะวันออก พื้นน้ำทะเลประมาณ 123 ตารางกิโลเมตร หรือร้อยละ 94 ของพื้นที่ทั้งหมด สภาพภูมิประเทศประกอบด้วยภูเขาหินแกรนิต บริเวณเขาเปล็ด และเขาแหลมหญ้า มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 108 เมตร หาดทรายและห้วงน้ำทะเลตื้นเป็นแนวยาวบริเวณที่เรียกว่า หาดแม่รำพึง มีความยาวประมาณ 12 กิโลเมตร ภูมิประเทศของเกาะเสม็ดประกอบด้วยภูเขาและเนินเขาเตี้ยๆ เช่น เขากระโจม เขาพลอยแหวน และเขาพระเจดีย์ ด้านทิศตะวันตกของเกาะมีความลาดชันมาก ส่วนด้านทิศตะวันออกมีความลาดชันน้อย และมีหาดทรายยาวต่อเนื่องตลอดแนวด้านทิศตะวันออก ด้านทิศเหนือมีความกว้างมากที่สุดประมาณ 2,500 เมตร มีความยาวถึงท้ายเกาะประมาณ 6,500 เมตร ทางตอนกลางของเกาะจะเป็นเนินเขาไม่สูงมากนัก มีที่ราบซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านเรือนของราษฎรอยู่ตามริมฝั่ง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ทางด้านทิศเหนือและทิศตะวันออก บริเวณปลายแหลมด้านทิศใต้มีเกาะเล็กๆ อยู่ใกล้อีก 3 เกาะ คือ เกาะจันทร์ เกาะสันฉลาม และหินขาว นอกจากนี้ยังมีเกาะในทะเลใกล้ชายฝั่งรวม 8 เกาะ ได้แก่ เกาะปลายตีน เกาะเกล็ดฉลาม เกาะมะขาม เกาะกรวย เกาะกุฎี เกาะท้ายค้างคาว เกาะทะลุ และเกาะยุ้งเกลือ

ลักษณะภูมิอากาศ

ลักษณะภูมิอากาศ

บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด มีฝนตกโดยเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 1,500 มิลลิเมตร ช่วงมรสุมอยู่ในระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน จะมีคลื่นลมแรงมาก ออกทะเลไปเที่ยวเกาะต่างๆ ไม่ได้เป็นบางครั้ง เฉลี่ยแล้วในรอบ 1 เดือน จะมีคลื่นลมแรงประมาณ 15 วัน และระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม ในบางวันอาจจะมีลมมรสุมและฝนตกหนักออกทะเลไม่ได้เช่นกัน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 29 องศาเซลเซียส อากาศร้อนที่สุดอยู่ในระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน และระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม เป็นช่วงที่มีอากาศเย็นที่สุด 

พืชพรรณและสัตว์ป่า

พืชพรรณและสัตว์ป่า

ลักษณะการกระจายของพันธุ์พืชบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด จะแปรผันไปตามลักษณะภูมิประเทศ ซึ่งสามารถจำแนกสังคมพืชออกได้เป็น 
ป่าดงดิบแล้ง เป็นสังคมพืชที่พบเป็นส่วนใหญ่ในเขตอุทยานแห่งชาติทั้งบนฝั่งและบนเกาะ บนฝั่งจะพบมากบริเวณเขาแหลมหญ้า เขาเปล็ด และเขาเทียน บนเกาะพบกระจายอยู่ทั่วไป สภาพป่าค่อนข้างโปร่ง ไม่พบไม้ขนาดใหญ่เนื่องจากได้มีการเข้าทำลายและตัดฟันไม้ออกเป็นจำนวนมาก พันธุ์พืชที่พบได้แก่ มะนาวป่า นกนอน พลองใบใหญ่ เขล็ง โมกมัน ประดู่เลือด มะเดื่อ มะกล่ำต้น ตะแบกเปลือกบาง ลาย กาสามปีก แสนคำ มะรุม มะเม่า มะหาด หว้า ก่อนก เข็มป่า เต่าร้าง ไผ่ และเอื้องม้าลาย เป็นต้น 

ป่าชายหาด เป็นป่าที่ปกคลุมอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลที่ดินเป็นทรายจัดน้ำทะเลท่วมไม่ถึงหรือบริเวณที่เป็นหินชิดฝั่งทะเล ดินค่อนข้างเค็ม ได้รับไอเค็มจากทะเล ต้นไม้ที่พบโดยทั่วไปมีลักษณะเป็นพุ่ม ลำต้นคดงอและแตกกิ่งก้านมาก กิ่งสั้นใบหนาแข็ง พันธุ์พืชที่พบได้แก่ โพทะเล ข่อย ตะบัน หูกวาง สนทะเล เตยทะเล และผักบุ้งทะเล เป็นต้น 

จากการสำรวจความหลากหลายของสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด พบว่า มีสัตว์ป่าที่มีกระดูกสันหลังไม่น้อยกว่า 144 ชนิด ได้แก่ กระจงหนู อีเห็นเครือ ลิงแสม กระรอกหลากสีสีแดง กระจ้อน กระแตเหนือ ค้างคาวแม่ไก่เกาะ นกยางทะเล เหยี่ยวนกเขาชิครานกแอ่นตาล นกนางแอ่นบ้าน นกแซงแซวหางปลา นกแซงแซวปากกา นกเอี้ยงสาริกา งูสิงหางลาย งูเขียวดอกหมาก ตะกวด เหี้ย แย้ กิ้งก่าบินหัวแดง จิ้งจกหางหนาม จิ้งเหลนหลากหลาย ตุ๊กแกบ้าน คางคกบ้าน กบนา ปาดบ้าน และ อึ่งอ่างบ้าน เป็นต้น 

ในส่วนของทรัพยากรใต้ทะเลจะพบแนวปะการังในบริเวณรอบเกาะเสม็ด บริเวณหมู่เกาะกุฎี และบริเวณเกาะทะลุ แนวปะการังที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงอยู่ในบริเวณหินคันนา หินอ่าวไผ่ อ่าวเจ็ก อ่าวกิ่วหน้าใน เกาะจันทร์ เกาะปลายตีน เกาะกุฎี และเกาะทะลุ ความหลากหลายของสัตว์ทะเลที่พบได้แก่ ปะการังโต๊ะ ปะการังพุ่มไม้ ปะการังโขด ปะการังสมอง ปะการังเห็ด ปะการังอ่อน ปะการังถ้วยส้ม ฟองน้ำครก เม่นหนามดำ ปลิงทะเล เต่าตนุ ดอกไม้ทะเล ปลาการ์ตูน ปลาผีเสื้อลายแปดเส้น ปลาโนรีครีบยาว ปลาสินสมุทรลายน้ำเงิน ปลานกแก้ว ปลานกขุนทอง ปลาอมไข่ ปลากล้วยฟ้าหลังเหลือง ปลากะรัง ปลาสีกุน ปลาโมง ปลาบู่ ปลากะตัก ปลาเห็ดโคน หอยมือเสือ หอยนมสาว หอยเบี้ยเล็ก หอยเต้าปูน หอยตลับ หอยหนาม ปูลม และปูใบ้ ฯลฯ